ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย

เพราะหากไม่ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอแล้ว เชื่อได้เลยว่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ต้องถามหาแน่นอน วันๆ ก็อาจจะต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ หนำซ้ำโชคร้ายนอนยาวเป็นสัปดาห์ๆ ก็มี สำหรับการออกกำลังกาย หลายๆ คนก็อาจจะใช้บริการของสถานบริการ ฟิตเนส Clubhouse หรือโรงยิมต่างๆ ที่อยู่ใกล้บ้าน ส่วนใหญ่นั้นก็จะไปใช้บริการฟิสเนตออกกำลังกายในช่วงเวลาว่าง ซึ่งก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียวกับความสะดวกสบาย แต่สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างมากมายนัก แค่การเดินทางไปให้ถึงฟิสเนต ก็ต้องฝ่าดงรถติดจนแทบจะหมดเรี่ยวแรงเสียแล้ว แถมยังต้องไปต่อคิวเล่นฟิตเนสอีก

หูยย..แบบนี้มันก็น่าเบื่อไปนะ ว่ามั้ย!!

การออกกำลังกาย

วันนี้ทาง 24Shopping.Club ขอเอาใจผู้ที่ชอบออกกำลังกายที่บ้านกันค่ะ เริ่มจากการวิ่งนี่แหละ วิ่งออกกำลังกายซึ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและประหยัดที่สุด ส่วนใหญ่ เครื่องออกกำลังกายที่บ้าน  ที่หลายๆ คนนึกถึงก็คือ จักรยานออกกำลังกาย spinbike หรือไม่ก็พวก เครื่องวิ่งออกกำลังกาย เรียกแบบบ้านๆ กันติดปากก็คือ ลู่วิ่งไฟฟ้า นั่นล่ะค่ะ 

สำหรับวิธีการเลือกซื้อ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี เลือกแบบไหนดี จะดูยังไงนั้นแน่นอนว่า ลู่วิ่งไฟฟ้าในท้องตลาดมีหลายแบบ หลายราคา โดยลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกหลักพัน ก็จะมีคุณภาพสมราคาในระดับหนึ่ง และลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อแบรนด์คุณภาพที่เกรดสูงขึ้นมาอีกหน่อย ราคาก็ตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึง 4-5 หมื่น เช่นลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อ Johnson หรือ ลู่วิ่งไฟฟ้า horizon ก็ถือว่าเป็นของแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในเรื่องของคุณภาพ

หลักในการเลือกซื้อ ลู่วิ่งไฟฟ้า

การเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า สำหรับเป็น เครื่องออกกำลังกายที่บ้าน ควรพิจารณาจากข้อมูลดังนี้ เป็นหลัก คือ

  1. คุณภาพวัสดุ อุปกรณ์ที่ให้มา เช่น มอเตอร์
  2. ราคาเหมาะสม
  3. ฟังก์ชั่นที่จำเป็นใช้งานจริง
  4. ความสะดวกในการใช้งาน,
  5. ขนาดและพื้นที่ที่ใช้ในการติดตั้ง
  6. บริการหลังการขายหรือศูนย์บริการ
  7. การรับประกันสินค้า

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการพิจารณาดังนี้

  • ขนาดของมอเตอร์  ลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมอเตอร์จะเป็นสเปคหลักในการพิจารณา (น้ำหนักตัวน้อยสามารถเลือกมอเตอร์ที่ใหญ่กว่าได้ทุกรุ่น  แต่ถ้าน้ำหนักตัวเยอะควรเลือกมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่  เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสม
    มอเตอร์กำลัง 1.0 แรงม้าเริ่มต้น เหมาะกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนัก 45-55 กิโลกรัม
    มอเตอร์กำลัง 1.5 แรงม้าเริ่มต้น เหมาะกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนัก 55-65 กิโลกรัม
    มอเตอร์กำลัง 2.0 แรงม้าเริ่มต้น เหมาะกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนัก 65-80 กิโลกรัม
    มอเตอร์กำลัง 2.5 แรงม้าเริ่มต้น เหมาะกับผู้ใช้ที่มีน้ำหนัก 70-90 กิโลกรัม
    น้ำหนักผู้ใช้  100 กิโลกรัมขึ้นไป แนะนำให้ใช้มอเตอร์ ขนาด 3 แรงม้า ขึ้นไป
  • ขนาดของสายพาน  และความสามารถในการรับน้ำหนัก
    ควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดร่างกายของผู้ใช้เป็นหลัก  เช่นการรับน้ำหนักผู้ใช้ ควรเพื่อไว้ (+20 กก.)  ท่านที่รูปร่างสูงใหญ่ช่วงก้าวยาวก็ต้องเลือกลู่วิ่งที่มีขนาดสายพานที่ใหญ่  เหมาะกับช่วงวิ่ง เพื่อให้วิ่งได้สะดวกขึ้น
  • ระดับความเร็ว
    เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน  บางท่านซื้อมาเพื่อเดินเร็วเป็นหลัก  ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกมอเตอร์ที่ใหญ่  แค่เลือกให้รองรับความเร็วที่เหมาะสมในการเดินได้ก็พอ
  • ระดับความลาดชัน
    ลู่วิ่งบางรุ่นจะมีการปรับระดับความลาดชันได้  (มีทั้ง ปรับ Auto หรือ Manual) เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี หรือใช้ในกรณีที่ต้องการกระชับต้นขาและสะโพก หรือต้องการฝึกความแข็งแรงของต้นขาเป็นพิเศษ  เครื่องที่มีการปรับ Auto จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากขึ้น
  • ลูกเล่นเพิ่มเติมต่างๆ
    หน้อจอ LCD ที่บอกเวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญ, ระบบสัมผัสตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ (Hand pulse), ปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Safety Key), ระบบดูดซับการกระแทกจากการวิ่ง รวมไปถึงความสามารถฟังเพลงได้จากตัวเครื่องวิ่ง ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการวิ่ง
  • การรับประกันและบริการหลังการขาย
    ควรเลือกซื้อลู่วิ่งจากร้านที่มีการรับประกันมอเตอร์

 5 ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ขายดีที่สุด

1. ลู่วิ่งไฟฟ้า 3.0 แรงม้า พร้อมระบบโช๊คคู่ รุ่น KF-DK32S  (NEW! เชื่อมต่อ BLUETOOTH)

ด้วยพลังมอเตอร์ ขนาด 3.0 HP ทำให้สามารถใช้แรงในการวิ่งได้อย่างเต็มที่ ด้วยความเร็วที่มากถึง 0.8-16 km/h และยังสามารถใช้เครื่องได้นานอย่างต่อเนื่อง ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ยังดีไซน์สวยงาม วัสดุแข็งแรง ส่วนของพื้นที่การวิ่งมีระยะกว้าง และยาวขึ้นเพื่อสะดวกสบายในการวิ่ง ให้สามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายขึ้น เปรียบเหมือนการมีเทรนเนอร์ส่วนตัวคอยดูแลและให้คำแนะนำคุณขณะใช้งาน พร้อมด้วยระบบหน้าจอแสดงเวลา/ ระยะทาง/ความเร็ว/แคลอรี่ที่ใช้ไป/อัตราการเต้นของหัวใจ จัดมาให้ครบทุกฟังก์ชั่นที่จำเป็นต่อการใช้งาน

  • การออกแบบปุ่มสำหรับการปรับความเร็วในการใช้งานที่ง่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • วัดชีพจรด้วยระบบสัมผัส (Hand Pulse)
  • มีโปรแกรมออกกำลังกายอัตโนมัติ
  • ระบบโช้ค Shock-absorbing design ดูดซับแรงกระแทกจากการวิ่ง
  • เครื่องทำงานเงียบ
  • มี safety key หยุดฉุกเฉิน ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
  • ตัวเครื่องสามารถพับเก็บได้ด้วยระบบไฮโดรลิค
  • มีล้อเลื่อนเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
จัดว่าเป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่ดีและคุ้มค่า ทั้งในเรื่องของราคา คุณภาพวัสดุ และฟังก์ชั่นการทำงาน

ข้อดี

  • เครื่องทำงานเงียบ
  • วัสดุเยี่ยม มอเตอร์มีการรับประกัน
  • มีโปรแกรมอัตโนมัติ
  • ดีไซน์สวยงาม ใช้งานง่าย สะดวก
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน
  • พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ระบบโช๊คคู่ ช่วยซับแรงกระแทก

ข้อด้อย

  • พื้นที่การวิ่งแคบ และสั้น ไม่เหมาะสำหรับคนตัวใหญ่มากๆ

https://youtu.be/OypImYuQXKQ

คะแนนและรีวิว

   โดย นายศักดิ์ชาย ส.

  ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

ใช้งานได้ดีมาก จัดส่งไว แต่มีข้อเสียคือ วิ่งเสร็จแล้วไม่เก็บสถิติให้ดูตอน Stop เวลาจะถ่ายรูปเก็บไว้ ต้องชะลอความเร็วแล้วถ่ายรูป ไม่ค่อยสะดวกส่วนี้


   โดย นุชจรินทร์ โ..  
 ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

คุณภาพเหมาะสมกับราคา ตอนแรกกลัวๆ เพราะอ่านในรีวิวจะมีหลายๆท่านบอกว่า ประกอบยาก แต่พอมาจริงๆ แฟนประกอบไม่เกิน10 นาที จะติก็ตรง แขนที่ยื่นมาด้านตัวเรา ทั้ง2ด้านมันแคบไปหน่อย เวลาเดิน ต้องระวัง เกร็งๆมือไว้ เพราะถ้าเผลอ จะไปชนทุกทีเลย โดยรวม ดีค่ะ


2. ลู่วิ่งไฟฟ้า 360 องศา ฟิตเนส รุ่น SH-5481 – 3.0 CHP Motor

มาต่อกันอีกรุ่นนะค่ะ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อ 360 ฟิตเนส สำหรับรุ่นนี้มอเตอร์มีขนาด 3.0 HP ให้กำลังสูงมอเตอร์ขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง ทำงานเงียบ ให้กำลังต่อเนื่องยาวนาน ความเร็วที่สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 1-18 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยสามารถกดเลือกความเร็วได้จากปุ่มบนแผงหน้าจอ เรียกได้ว่าใช้งานได้สะดวกสบายมากๆ และยังปรับความชันได้ 0-15% (ของ 180องศา) ช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น

ด้วยการออกแบบมาเพื่อลดอาการบาดเจ็บ ลดการกระแทก ทำให้สามารถสัมผัสการวิ่งได้อย่างนุ่มนวล เสมือนวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ ลดอาการเจ็บจากการกระแทก ช่วยลดอาการเจ็บหัวเข่า ที่เกิดจากการกระแทกเวลาวิ่งได้เป็นอย่างดี เบาะรองพื้นกันรอยวัสดุเยี่ยม ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

  • มอเตอร์ : 3.0 HP
  • ความเร็ว : 1-18 km/h
  • ความชัน : 0-15%
  • ขนาดพื้นที่วิ่ง : 480 mm.
  • รองรับน้ำหนักสูงสุด : 150 Kg
  • หน้าจอ : LED
  • ขนาดลู่วิ่ง : 1270 x 510 x 1400 mm.
  • ปรับความชัน : ปรับได้ 0-15% (0-15% ของ 180 องศา)
  • ความเร็วของเครื่อง: ความเร็วอยู่ที่ 1 – 18 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • โครงสร้าง : เหล็กกล้าหนา 3 mm ผลิตจากเหล็กชิ้นเดียว
  • ขนาดสายพานวิ่ง เป็นพื้นที่วิ่งขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในบ้าน
  • ลดการกระแทก และลดแรงเสียดทานในขณะที่วิ่งอยู่
  • สายพานแบบสี่เหลี่ยม ลดหน้าสัมผัสดแรงเสียดทาน
  • แบตเตอรี่ประหยัดพลังงานกว่ารุ่นอื่น
  • หลากหลายฟังก์ชั่นในการใช้งาน
  • พับเก็บได้ง่ายด้วยระบบไฮโดรลิก . 
สำหรับรุ่นนี้ บอกเลยว่า ดีงามพระราม 8 ใช้กันยาวๆ ของดีไม่มีที่ติ เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่าย คุ้มเว่อร์!!

ข้อดี

  • เครื่องทำงานเงียบ
  • วัสดุเยี่ยม มอเตอร์มีการรับประกัน
  • มีโปรแกรมอัตโนมัติ หลากหลาย
  • ดีไซน์สวยงาม ใช้งานง่าย สะดวก
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน
  • พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
  • มีระบบช่วยซับแรงกระแทก
  • มีศูยน์บริการทั่วประเทศ

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
คะแนนและรีวิว

   โดย สายสมร ส.

  ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

ใช้ดีค่ะ คุ้มภาพเกินราคาเลยค่ะ แข็งแรงดีค่ะ ชอบ


   โดย อัจฉรา ว.

 ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

ได้รับสินค้าเร็ว สินค้าใช้งานได้ดีโอเคเลยคะ ราคาไม่เเพง คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ แนะนำ


3. ลู่วิ่งไฟฟ้า Motorized Treadmill 2 HP รุ่น Griffin มอเตอร์ 2 แรงม้า

มาต่อที่ ลู่วิ่งไฟฟ้า Motorized Treadmill 2 HP รุ่น Griffin สำหรับในรุ่นนี้นั้น จัดว่าไม่ด้อยกว่าสองรุ่นที่ผ่านมา เพราะด้วยความแรงของมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 แรงม้า ที่ปรับความเร็วได้ตั้งแต่ 1-14 กม./ชม.นั้น ถือว่าเป็นความเร็วค่อนข้างเอาอยู่ในการเล่นทุกเพศวัย และเนื่องด้วยความแรงของมอเตอร์ DC รุ่นนี้ ส่งผลให้ ลู่วิ่งไฟฟ้า สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 100 kg พร้อมทั้งยังมีโหมดปรับความชันได้ถึง 3 ระดับ โครงสร้างเป็นเหล็กออกแบบให้แข็งแรงทนทาน ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ลู่วิ่งไฟฟ้า Motorized Treadmill 2 HP รุ่น Griffin สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน มีส่วนของพื้นที่การวิ่งที่กว้าง และยาว ช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดสะดวกสบายในการวิ่งยิ่งขึ้น สำหรับคนตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ก็สามารถใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเครื่องนี้ได้อย่างสะดวกและคล่องตัว

  • มอเตอร์กำลัง 2 แรงม้า ปรับความเร็วได้ 1-14 กม./ชม.
  • รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 100 กิโลกรัม
  • ปรับความชันได้ 3 ระดับ ที่ 0, 1.5, 3 องศา (Manual Inclination)
  • ขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 1200 x 400 mm.
  • เทคโนโลยีรับแรงกระแทก Two-Point Shock Absorption
  • หน้าจอ LCD 3″ แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • โปรแกรมการออกกำลังกาย 15 โปรแกรม
  • มี Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • โครงสร้างเหล็กแข็งแรง Welded Steel ทำสี Power Coating
  • ขนาดเมื่อใช้งาน 165 x 66 x 131 cm.
Power Reform ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่ง มอเตอร์ 2 แรงม้า Motorized Treadmill 2 HP รุ่น Griffin 2
Power Reform ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่ง มอเตอร์ 2 แรงม้า Motorized Treadmill 2 HP รุ่น Griffin

ข้อดี

  • โปรแกรมออกกำลังกาย 15 โปรแกรม
  • ปรับความชันได้ 3 ระดับ
  • ความเร็วในการวิ่ง 1-14 กม./ชม.
  • ระบบโช้คคู่รองรับแรงกระแทก
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน ดีไซน์สวยงาม
  • หน้าจอ LCD 3" แสดงสถานะการทำงาน
  • มี Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน

ข้อด้อย

  • หยอดน้ำมันค่อนข้างยาก

4. ลู่วิ่งไฟฟ้า มอเตอร์ 3 แรงม้า Motorized Treadmill 3 Hp Power Reform รุ่น Panther

มาต่อที่ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ขายดีอีกรุ่น นั่นคือ ลู่วิ่ง Motorized Treadmill 3 Hp Power Reform รุ่น Panther สำหรับรุ่นนี้มีขนาดกำลังของมอเตอร์ที่ 3 แรงม้า ความเร็วที่สามารถทำได้ 1-16 กม./ชม. ด้านวัสดุก็ถือว่าออกแบบดีไซน์ได้อย่างลงตัว เป็นเครื่องออกกำลังกายเหมาะที่จะมีติดบ้าน สามารถรับน้ำหนักได้ 110 กิโลกรัม ปรับระดับของความชันได้ 0, 3 และ 5 องศา ขนาดของสายพานหรือพื้นที่การวิ่งนั้น 1240 x 430 mm. ถือว่ากว้างพอสมควร มีระบบโช๊คคู่ช่วยรองรับแรงกระแทก 6 ระดับ มีฟังก์ชั่นระบบฉีดน้ำมันอัตโนมัติ Auto Inject lubrication รองรับการเล่นเพลง MP3 ผ่านมือถือ และยังมี App เทรนเนอร์วิ่งส่วนตัว เชื่อมต่อบนมือถือผ่าน Bluetooth
จากฟังก์ชั่นทั้งหมดของ ของลู่วิ่งไฟฟ้า Motorized Treadmill 3 Hp Power Reform รุ่น Panther โดยภาพรวมแล้วสามารถตอบโจทย์ คนที่ต้องการ เครื่องออกกำลังกายที่บ้าน ไว้สำหรับเดินหรือวิ่งได้อย่างสบายและเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย อีกรุ่นที่คุ้มค่าและน่าใช้ค่ะ

ข้อดี

  • มอเตอร์กำลัง 3 แรงม้า (ประกัน 7 ปี)
  • ปรับความชันได้ 3 ระดับ
  • ความเร็วในการวิ่ง 1-16 กม./ชม.
  • ระบบโช้คคู่รองรับแรงกระแทก 6-Level
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน ดีไซน์สวยงาม
  • รองรับ MP3 ในการเล่นเพลงผ่านมือถือ
  • มี App เทรนเนอร์วิ่งส่วนตัว บนมือถือผ่าน
  • มีรับประกัน 1 ปี

ข้อด้อย

  • มีรายงานจากผู้ใช้ว่าเสียงลำโพงเบา
  • ปรับความชันยาก (Manual Inclination)

5. ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อ Johnson รุ่น Horizon Treadmill Adventure E

สำหรับลู่วิ่งรุ่นนี้ จัดว่าเป็นลู่วิ่งระบบพรีเมี่ยมเลยก็ได้ค่ะ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่สูง ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของตัวมอเตอร์ขับเคลื่อนรวมถึงสายพานวิ่ง ที่ยืนยันคุณภาพ ด้วยผลการทดลองใช้งานนานถึง 6000 ชั่วโมง การันตี ไม่มีความผิดปกติใดๆ ของระบบเลย

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 4

ทั้งยังมีความดังของเครื่องเพียง 75 เดซิเบล ถือว่าทำงานเงียบใช้ได้เลยค่ะ กำลังมอเตอร์ขนาด 2.0 HP ที่ความเร็ว 0.8-18 km/h ไม่ว่าจะตัวอ้วน หรือผอมก็เอาอยู่ พื้นที่การวิ่ง ก็ถือว่ากว้างใช้ได้

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 5

ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มีลำโพงสเตอริโอติดมาด้วย 1 ชุด สามารถเปิดเพลง MP3 ได้ เพียงแค่คุณต่อสายก็เพลิดเพลินกับเสียงเพลงโปรดได้ในขณะวิ่ง  ด้านโครงสร้าง ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson ถูกออกแบบและผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง แผงเหล็กด้านล่าง มีระบบกันสะเทือน ทาง Johnson ใช้เทคโนโลยีเดียวกับระบบของเครื่องบิน และรถไฟความเร็วสูง สามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิ 20-80 องศา หรือใช้งานได้ 24 ชม.ได้อย่างสบายไร้ปัญหา

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 7

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson  จัดว่าเป็นลู่วิ่งเพื่อความท้าทาย โดยพื้นที่การวิ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1.      ระดับที่ 1 รับน้ำหนักปลายเท้า 40%

2.      ระดับที่ 2 รับน้ำหนักปลายเท้า 60%

3.      ระดับที่ 3 รับน้ำหนักปลายเท้า 90%

พร้อมนี้ยังมีระบบ Max Comfort ที่สามารถปรับระดับความอ่อนหรือแข็ง ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เพื่อให้การวิ่งหรือเคลื่อนไหวของคุณเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และสามารถลดการบาดเจ็บของระบบข้อเข่าได้เป็นอย่างดี

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 9

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson มีน้ำหนักเบามาก สะดวกและประหยัดพื้นที่สุดๆ ในการใช้งาน คุณจะวางไว้ที่มุมไหนๆ ของบ้านก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าทีวี หรือห้องไหนๆ ก็สะดวก พับเก็บง่าย เพียงแค่ใช้มือเดียว ก็เอาอยู่

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 10
ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 11

ข้อมูลเฉพาะของ ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อ Johnson รุ่น Horizon Treadmill Adventure E

  • console : จอ LED สีส้ม 3 จอ, 1 หน้าจอ แสดงรายการด้านหน้า มี Heartrate, เชื่อมต่อ Polar ได้ (อุปกรณ์วัดการเต้นหัวใจไร้สาย)
  • การแสดงผล : เวลา, ความเร็ว, tension level, ระยะทาง, แคลอรี่, อัตราการเต้นหัวใจ,ขั้นตอน, target และ การฝึกฝน
  • โปรแกรม : โปรแกรมออกกำลังกาย 10 โปรแกรม, รวมถึง 3 target mode (เวลา,ระยะทาง, แคลอรี่), 3 โหมดพื้นฐาน (Manual, intermittent, weight loss) และอัตราการเต้นหัวใจ
  • มอเตอร์ : 2.0 HP
  • ความเร็ว : 8 – 18 km/h
  • ความลาดเอียง : 0 – 10%
  • พื้นที่ผ้ายาง : 140 x 50 cm.
  • ความหนาผ้ายาง : 4 mm.
  • ระบบกันกระแทก : Max Comfort
  • ระบบ folding : light folding
  • ความบันเทิง : audio input/output, streo speaker
  • Heart Rate : โดยทางมือจับ
  • รับน้ำหนักสูงสุด : 125 kg.
  • ขณะใช้งาน : 180 x 86 x136 cm.
  • ขณะพับเก็บ : 121 x 86 x 151 cm.
  • คุณสมบัติพิเศษ : เมื่อเครื่องหยุดทำงานระยะหนึ่ง จะเข้าสู่โหมด SLEEP เพื่อประหยัดพลังงาน
  • ภายในติดตั้งลำโพง (audio stereo) ให้คุณสามารถออกกำลังกาย ไปพร้อมกับฟังเพลง ที่ชื่นชอบได้
  • มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและทนทาน มอเตอร์ของจอห์นสันที่ทำงาน เงียบ ทนทาน ได้รับความบันเทิงในการวิ่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง การดูแลรักษา

คลิปรีวิว Johnson รุ่น Horizon Treadmill Adventure E

https://youtu.be/-ZLHu6Br7QE

ข้อดี

  • วัสดุในการผลิตคุณภาพสูง
  • เครื่องทำงานเงียบมากเพียง 75 เดซิเบล
  • มีบริการหลังการขายที่ดี
  • ฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย
  • มีลำโพงสเตอริโอในชุด

ข้อด้อย

  • ราคาสูง แต่หากเทียบกับคุณภาพที่ได้ยังถือว่าคุ้มค่า
คะแนนและรีวิว

   โดย ยุวดี ศ.

  ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

ใช้ดีมากค่ะ เครื่องเงียบดี ลำโพงเสียงก้อโอเคเลย


   โดย Pornwan.

 ตรวจสอบแล้วว่ามีการสั่งซื้อ

เครื่องใช้งานได้ดี บริการจัดส่งและสอนการใช้งานดี พนักงานสุภาพค่ะ


การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเราร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมาเอง การลงทุนซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายสักชิ้น ก็อาจต้องพิจารณาตามความจำเป็นและงบประมาณของแต่ละคน หากมีงบจำกัดก็สามารถพิจารณาลู่วิ่งไฟฟ้า ตามงบประมาณและความจำเป็นที่สุด แต่หากมีงบในระดับที่สูงขึ้นมาหน่อยหลัก 30,000+ ขึ้นมา ก็จะได้ในเรื่องของคุณภาพและระยะเวลาการใช้งานที่คุ้มค่ามากกว่า 

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนกับร่างกายตัวเองนะค่ะ  อย่าปล่อยให้เจ็บป่วยก่อน แล้วค่อยเอาเงินไปลงทุนกับค่ายา ค่าหมอ มาออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีกันค่ะ ^^